ระบบการรักษาพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น

ในประเทศญี่ปุ่น โดยพื้นฐานผู้ที่อยู่อาศัยทุกคนจะเข้าอยู่ในระบบประกันสุขภาพของรัฐ ดังนั้นค่ารักษาพยาบาลที่ผู้ป่วยจะต้องจ่ายเมื่อได้รับการรักษาจะมีราคาที่เท่ากันไม่ว่าจะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไหนก็ตาม
อีกทั้งโรงพยาบาลรัฐบาลไม่มีการรักษาพยาบาลให้ฟรี
หากท่านไม่ทราบว่าจะต้องไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลไหน ท่านสามารถปรึกษาได้ที่สถานีอนามัย(โฮะเคนโชะ หรือโฮะเคนเซนเตอร์)ที่ท่านอาศัยอยู่ หรือติดต่อมาที่ CHARM

เกี่ยวกับการรักษาผู้ติดเชื้อ HIV

ในประเทศญี่ปุ่น มีโรงพยาบาลเฉพาะทางอยู่ทั่วประเทศที่สามารถรับรักษาผู้ติดเชื้อ HIV โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการรักษาประจำอยู่ด้วย
ในบางโรงพยาบาลมีแพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์(Social Worker) ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเรื่องสภาพจิต เภสัช เป็นต้นที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมในการให้การรักษาแก่ผู้ติดเชื้อ HIV
เมื่อท่านทราบว่าได้ติดเชื้อ HIV ก็จะได้รับการแนะนำโรงพยาบาลเฉพาะทางให้เพื่อเข้ารับการรักษาต่อไป โดยท่านสามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลที่จะเข้ารับการรักษาได้หากท่านต้องการ

หากท่านทราบว่าได้ติดเชื้อ HIV

ผลการตรวจออกมาว่า เป็น “HIV Positive(ผลบวก)” แสดงว่าในร่างกายมีเชื้อไวรัส HIV อยู่
หากไม่ได้รับการรักษา เชื้อไวรัสในร่างกายก็จะเพิ่มมากขึ้น มีผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกาย(ทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากโรคต่างๆ)ลดต่ำลง โอกาสที่จะเกิดโรคต่างๆก็จะเพิ่มมากขึ้น
ปัจจุบันนี้มีการผลิตยาเพื่อรักษาผู้ติดเชื้อ HIV โดยยังไม่สามารถกำจัดไวรัสในร่างกายให้หมดไปได้ทั้งสิ้น แต่เมื่อทานยานี้อย่างต่อเนื่องก็จะทำให้ไวรัสในร่างกายลดน้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่ลดต่ำลง และยังมีโอกาสทำให้ภูมิคุ้มกันที่ต่ำลงกลับสูงขึ้นได้อีกด้วย
ดังนั้น การติดเชื้อ HIV ณ ปัจจุบันจึงถือเป็นโรคที่สามารถควบคุมได้หากทานยาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
การตรวจเชื้อ HIV เป็นเพียงการตรวจว่าได้มีการติดเชื้อหรือไม่เท่านั้น จึงจำเป็นต้องไปรับการตรวจร่างกายเพิ่มที่โรงพยาบาลเพื่อทราบถึงสภาพร่างกาย ณ ปัจจุบัน โดยสถานีอนามัยที่ให้บริการตรวจเชื้อ HIV จะแนะนำโรงพยาบาลที่รับรักษาผู้ติดเชื้อ HIV
หากไม่ได้รับการแนะนำโรงพยาบาล หรืออยากทราบข้อมูลอื่นๆนอกจากเรื่องโรงพยาบาล หรือเป็นกังวลเรื่องต่างๆที่จะต้องไปโรงพยาบาล กรุณาติดต่อมา งานรับปรึกษาทางโทรศัพท์ หรือหากท่านต้องการล่ามเพื่อไปโรงพยาบาลด้วย กรุณาติดต่อมาปรึกษาได้ที่ CHARM